การจัดการขยะในแหล่งน้ำ
ความเป็นมาของตำบลหาดเจ้าสำราญ
ตำบลหาดเจ้าสำราญ เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมาแต่สมัยโบราณ มีประวัติเล่ากันมาว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จมาที่นี่ พร้อมด้วยสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงพอพระราชหฤทัยในความงามของหาดนี้มาก ทรงประทับแรมอยู่หลายวัน จนชาวบ้านเรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ จากหาดเจ้าสำราญไปทางใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นชายหาดปึกเตียน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกแห่งของจังหวัดเพชรบุรี หาดเจ้าสำราญเจริญถึงขีดสุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากกว่าหาดอื่น ๆ ในสมัยนั้น โดยโปรดเกล้าให้สร้างค่ายหลวงขึ้นเรียกว่า "ค่ายหลวงบางทะลุ" ตามชื่อของตำบลบางทะลุ ที่เป็นที่ตั้งโดยมี "พระตำหนักบริเวณริมหาดแห่งนี้เรียกว่า “พระตำหนักหาดเจ้าสำราญ” ภายหลังทรงหายจากพระประชวร ทรงได้เปลี่ยนชื่อตำบลเสียใหม่ ด้วยชื่อเดิมเห็นว่าไม่เป็นมงคล เป็น ตำบลหาดเจ้าสำราญ ตามชื่อของหาดแต่ต่อมาทรงได้ย้ายพระตำหนักไปยังจุดที่เป็น พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในปัจจุบันเพราะหาดเจ้าสำราญมีแมลงวันชุมเนื่องจากพระตำหนักแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวประมง จนพระองค์แอบได้ยินข้าราชบริพารในพระองค์บ่นว่า "หาดเจ้าสำราญแต่ข้าราชบริพารเบื่อ" และหาดแห่งนี้ยังขาดแคลนน้ำจืดจึงโปรดให้ย้ายไปในที่สุด
พื้นที่ตำบลหาดเจ้าสำราญเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปพักผ่อนแห่งหนึ่ง มีบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย มีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้ง ปูเสฉวน หอย แมงกะพรุน มีที่พัก สามารถลงเล่นน้ำได้ ในบริเวณใกล้เคียงมีหมู่บ้านชาวประมง ชายหาดแห่งนี้ทรายถูกพัดถมขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีทรายที่ละเอียดมากในส่วนของต้นหาด ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและเดินทางไม่ไกลมาก ทำให้มีนักเที่ยวท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะที่มีปริมาณมากตามไปด้วย ชุมชนคนตำบลหาดเจ้าสำราญจึงได้ร่วมกับทางท้องถิ่น ได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ทั้งปัญหาขยะบริเวณชายหาด และขยะในลำคลองบางทะลุ ซึ่งลำคลองนี้มีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร มีบริเวณติดกับพื้นที่ อบต.แหลมผักเบี้ยกับเทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน ปากคลองทั้งสองด้านนั้นออกสู่ทะเล ทำให้ขยะที่อยู่ในลำคลองนั้นก็ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศในทะเล โดยที่ขยะบางส่วนย่อยสลายได้ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ส่วนใหญ่เป็นขยะที่ย่อยสลายยาก เช่น โฟม ขวด และถุงพลาสติก โดนคลื่นซัดเข้าฝั่งก็ทำให้ทัศนียภาพชายฝั่งไม่สวยงาม

กิจกรรมเก็บขยะคลองบางทะลุ
ซึ่งที่ผ่านก็มีหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่เข้ามาสำรวจพื้นที่และได้ไปประสานกับ ปตท.ทำโครงการบูมดักขยะ ที่เป็นทุ่นยางสำหรับดักขยะ จากนั้นเกิดทีมอาสาที่มาจากคนในพื้นที่ก็ได้รวมกลุ่มกันที่มีทั้งเด็ก เยาวชน กลุ่มพี่น้องชาวประมง ประชาชนในพื้นที่เข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อช่วยกันเก็บขยะที่ตกค้าง ช่วยเก็บขยะทุกวันพุธ โดยทางเจ้าหน้าที่ ทช.จะเข้ามาสำรวจคัดแยกขยะที่เก็บได้และจดบันทึกข้อมูลสถิติ และยกให้กลุ่มจิตอาสานี้เป็นกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) ซึ่งดำเนินการกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี จากที่เริ่มเก็บมีปริมาณขยะที่เก็บได้กว่า 500 กิโลกรัมต่อวัน ปีละหลายพันตัน หากไม่มีการจัดการขยะที่ลงสู่ทะเลจะมีปริมาณที่มหาศาลและส่งผลกระทบต่อต่อระบบนิเวศในระยะยาว จากที่คนในพื้นที่ได้ตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะในพื้นที่ทำให้ปัจจุบันปริมาณขยะชายฝั่งลดลงมาก รวมถึงเจ้าของกิจการรีสอร์ท ต่างๆ ก็ช่วยจัดการขยะในพื้นที่ของตนเองด้วย
กิจกรรมคืนชีวิตให้สายน้ำคืนความงดงามให้คลองบางทะลุ


ผลจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ไม่เพียงแต่ปริมาณขยะลดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็กและเยาวชนที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมได้เห็นถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รวมถึงช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างมาก ปัจจุบันมีการจัดการขยะอย่างถูกวิธีสามารถคัดแยกและนำขยะไปรีไซเคิลและขาย เพื่อสร้างรายได้ เป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนและร่วมกันแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืน
การทำซั้งบ้านปลา

แนวทางการสร้างรายได้จากการอนุรักษ์สัตว์น้ำ
ชุมชนคนตำบลหาดเจ้าสำราญ ยังให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อนที่สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย มลพิษต่างๆ อีกทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวคนในพื้นที่ ด้วยคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพประมงประสบปัญหาน้ำเสียที่ไหลมาจากพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ผู้ที่ทำอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ รวมถึงส่งผลต่อสัตว์น้ำตามธรรมชาติและแหล่งเพาะเลี้ยงชายฝั่ง จึงมีแนวคิดที่ขับเคลื่อนต่อในเรื่องของการพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย ได้แก่ การทำซั้งปลาหรือปะการังเทียมพื้นบ้านจากวัสดุง่ายๆ หาได้จากธรรมชาติ เช่น ท่อนไม้ ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว เปลือกหอย เป็นต้น เพื่อเป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเล ช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยรวม และสร้างสมดุลในธรรมชาติ และสร้างรายให้กับคนในชุมชนตำบลหาเจ้าสำราญต่อไป
ผู้เรียบเรียง รศ.สุนันท์ นีลพงษ์
โทร 086-3166651
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor