เรื่องเล่าเร้าพลังสู้ชีวิตอย่างกล้าหาญ

คุณพัชรวรินทร์กระโทก
ความพิการทางการเคลื่อไหวหรือทางร่างกาย
ชีวิตไม่สิ้นหวังของสาวสู้ชีวิตอย่างกล้าหาญ ยอมรับความจริง ไม่ทิ้งความฝันก้าวสู่ชีวิตคุณภาพเป็น ความหวังของครอบครัว และสมาชิกในชมรมคนพิการของอำเภอโนนคูณโดยไม่ท้อถอย เรามารู้จักกับ “คุณหญิง พัชรวรินทร์ปิ่นกระโทก”
เมื่อ ๒๑ ปีที่ผ่านมาจากชีวิตสาวโรงงาน เกิดอุบัติเหตุรถจักยานยนต์ ชนกับรถซาเล้งเครื่อง ทำให้ขาขวา ขาดเหนือเข่า โชคชะตาเปลี่ยนจากสาวโรงงานเป็นคนพิการทางด้านร่างกาย แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะให้เป็นภาระของ คนในครอบครัวและสังคม แต่จะพยายามพัฒนาตนเองในการประกอบอาชีพ ได้รับการจ้างงานมาตรา ๓๕ ในปี พ.ศ ๒๕๖๒ - ๒๕๖๔ และ ปีพ.ศ ๒๕๖๗ และนอกจากนั้น ยังมีความสามารถในการนำเสนอขายสินค้า และทำทุกอย่างที่สุจริตเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จนทำให้คนที่พบเห็นทั้งรู้จักและไม่รู้จักพูดว่า เป็นคนพิการที่มีความ ขยันขันแข็ง มีความมานะอดทน สามารถท างานได้เกือบเท่าคนปกติทั่วไป เช่น ขับรถยนต์ ขับจักรยานยนต์ ขับรถ ไถ ทำไร่ ทำนา ทำอาหาร ซักผ้า หุงข้าว และอื่นๆ ได้อย่างคนปกติทั่วไปโดย ไม่เป็นภาระของคนในครอบครัว และ เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิต จากการตั้งใจทำในสิ่งที่ดีมีคุณธรรม ทำให้มีรายได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งแม้จะเป็นคนพิการก็สามารถทำให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้น เพราะการทำงานด้านคนพิการมีการรวมกลุ่ม ให้คนพิการได้มีอาชีพ เช่น การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน ปลูกผักแบบไฮโดโปรนิกส์ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงโค ปลูกผักสวนครัว เพาะเห็ดนางฟ้าเห็ดขอน ปลูกพืช รายวัน รายเดือน รายปี ทำให้ตนเองและคนรอบข้าง ได้มีแหล่ง อาหารไว้บริโภค ทำให้สามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในครัวเรือน รวมทั้งการไปแนะนำให้เพื่อนคนพิการประกอบ รถสามล้อพ่วงขึ้นมาใช้เอง เพื่อจะได้ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางของคนพิการในการที่จะดำรงชีวิตอิสระได้อย่าง บุคคลทั่วไป รวมถึงการให้กำลังใจแก่ผู้พิการในการออกสู่สังคมได้อย่างมีความสุขและมีความเสมอภาค
คุณหญิงไม่หยุดนิ่งกับชีวิต การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตสู่ความสำเร็จและยั่งยืน เธอจบการศึกษา ปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น จังหวัดอุบลราชธานีผ่านการอบรมหลักสูตร Young Smart Famer ปีพ.ศ.2566 และเกษตรปราดเปรื่อง ปี2566 ผ่านการอบรมเป็นผู้ให้บริการส่งต่อเฉพาะด้าน การฝึกทักษะคนพิการ กับหน่วยบริการร่วมในระบบ สปสช. และเป็นผู้ให้บริการฝึกทักษะการด ารงชีวิตอิสระคนพิการ ผ่านการอบรมการปลูกผักไฮโดโปรนิกส์ พัฒนาสู่การเป็นวิทยากรในปัจจุบัน
เธอเห็นคุณค่าของการเรียนรู้จึงมุ่งมั่นศึกษาอบรมอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลาที่มีโอกาสจึงผ่านการอบรม เรื่องสิทธิคนพิการ ความเสมอภาค พัฒนาสู่การเป็นวิทยากรในปัจจุบัน ผ่านการอบรมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของภาครัฐ และเอกชน ผ่านการอบรมเรื่องการทำก้อนเห็ดนางฟ้า เห็ดขอน พัฒนาสู่การเป็น วิทยากรในปัจจุบัน ผ่านการอบรมเรื่องการทำไม้กวาดจากดอกหญ้า พัฒนาสู่การเป็นวิทยากรในปัจจุบัน ผ่านการ อบรมเรื่องการทำไม้กวาดทางมะพร้าว พัฒนาสู่การเป็นวิทยากรในปัจจุบัน การอบรมของภาครัฐ และเอกชน อีกหลายๆ โครงการ เธอเรียนรู้และส่งต่อให้กับทุกคนที่ไม่ยอมแพ้กับโชคชะตา เธอกล่าวว่า “ความยากจนไม่ใช่ กรรมพันธุ์เธอจะเป็นคนจนรุ่นสุดท้าย” เรียนรู้ส่งต่อกับชุมชนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน แก้จนด้วย ตนเองและพลังกลุ่มที่เข้มแข็ง
เธอกล่าว่าเธอเกิดในครอบครัวที่ยากจน เป็นเสาหลักของครอบครัวถึงแม้ร่างกายจะพิการแต่อยากจะมี ความรู้ในการประกอบอาชีพอยากมีอาชีพที่พอจะสามารถเลี้ยงดูบิดา-มารดาได้ จึงไปสมัครเรียนต่อ หารายได้เพื่อ ส่งเสียตัวเองเรียน ทั้งต้องหาเงินเพื่อรักษามารดาด้วยเพราะขณะนั้นป่วยเบาหวานและโรคไตระยะสุดท้ายแต่ด้วย ความจำเป็นจึงต้องกู้เงิน ก.ย.ศ. เพราะตอนนั้นไม่ทราบถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ ที่ว่า “คนพิการอยาก เรียนต้องได้เรียนฟรี” แต่ก็ไม่ยอมแพ้พยามยามศึกษาจนจบการปริญญาตรีด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับที่ ๒
ด้านการศึกษางานด้านของคนพิการก็ได้พยามยามศึกษาหาความรู้ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของคนพิการ และสวัสดิการต่างๆของคนพิการและได้นำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดให้กับเพื่อนคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการเพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆตามกฎหมายกำหนดพัฒนาตนเองสู่การเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้แก่ บุคคลทั่วไป ในด้านสิทธิคนพิการ
พัฒนาตนเองในเรื่องการพูด และได้รับเชิญให้เป็นวิทยากร ในส่วนภาครัฐ เอกชน และองค์กรของคน พิการ ในการสร้างเสริมพลัง และสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนคนพิการ มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตรวมถึงการให้กำลังใจแก่ผู้ พิการในการออกสู่สังคมได้อย่างมีความสุข รวมถึงการพัฒนาตนเองสู่การเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป
เธอเป็นผู้ให้บริการฝึกทักษะ การดำรงชีวิตอิสระแก่คนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตได้อย่าง เท่าเทียมสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
จากการที่ได้พากเพียร เรียนจนจบทำให้มีประสบการณ์หลายๆ อย่าง รวมทั้งเป็นวิทยากรให้กับหลายๆ องค์กร และได้ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการท าให้ตนเอง มีความภาคภูมีใจมาก ที่ได้น าความรู้และ ได้รับการอบรมและศึกษามาถ่ายทอดความรู้ให้กับเพื่อนคนพิการที่ยังไม่ทราบถึงสิทธิประโยชน์ของตัวเองนั้นได้ ทราบถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายและได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ส่งเสริมด้านอาชีพแก่คนพิการ และ ผู้ดูแลคนพิการในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในระดับตำบล เป็นโครงการเลี้ยงโคขุนเพื่อให้คนพิการและผู้ดูแลมีอาชีพ ทำที่มั่นคงไม่ต้องไปรับจ้างที่อื่น รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนคนพิการและบุคคลทั่วไป
เธอประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและอาชีพจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นวิทยากรให้กับทางภาครัฐ และ เอกชน ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการโนนคูณ ประธานชมรมคนพิการโนนคูณ ประธานชมรมคนพิการตำบล เหล่ากวาง ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนบ้านเวาะตำบลเหล่ากวาง ประธานกลุ่มอาชีพคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการตำบลเหล่ากวาง
นอกจากหน้าที่การงานรับผิดชอบในปัจจุบัน เธอยังดำรงชีพด้วยการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงโค ซึ่งการประกอบอาชีพจะเป็นหน้าที่ของสามีในการรับผิดชอบเป็นหลัก แต่เธอก็พยายามที่จะ พัฒนาตนเอง ศึกษาหาความรู้ ในการทำงานด้านต่างๆ และต้องการมีอาชีพ มีรายได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว ได้ สมัครเข้าสอบทำงานโดยผ่านการรับสมัครงานของบริษัท Vulcan Coalition และได้รับการจ้างงาน มาตรา 35 ในปี พ.ศ. 2567
เธอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลปกป้องสังคม โดยเธอได้ทำงานด้านคนพิการได้มีการจัดตั้งชมรมของกลุ่มคน พิการในพื้นที่อำเภอโนนคูณ มีการรวมตัวทำกิจกรรมของคนพิการเพื่อคนพิการโดยมีการของบสนับสนุนมาเพื่อทำให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิ โดยปัจจุบันสามารถนำพาองค์กรตรวจการรับรองมาตรฐานองค์กร และผ่านการรับรอง ในระดับ “ดีมาก” และจัดตั้งเป็นศูนย์บริการคนพิการทั่วไป โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการคนพิการโนนคูณ”
ผลงานของเธอท าให้เธอได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานชมรมคนพิการโนนคูณ หรือผู้นำองค์กร ก็ได้เข้า ร่วมกับหลายๆ องค์กรทั้งในด้านวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม ได้ร่วมงานกับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด รวมไปถึงการได้ให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิ ประโยชน์ต่างๆของคนพิการ สิทธิประโยชน์ต่างๆตามกฎหมาย เป็นประธานสตรีข้าวอินทรีย์ ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อ ยกระดับการทำเกษตร เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนบ้านเวาะ ตำบลเหล่ากวาง โดยรวมตัวจากกลุ่มคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเลี้ยงโคขุนเพื่อช่วย ส่งเสริมให้มีอาชีพที่มั่นคง และก็ได้ทำอาชีพเสริมส่วนตัว ทำนาข้าว สวนปาล์มน้ำมัน เลี้ยงโค เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา พออยู่พอกินตามสภาพเหลือกินก็แบ่งปัน หรือ ขายบางส่วนเพื่อเป็นรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวทำให้ประสบความสำเร็จ จากได้เป็นผู้นำองค์กรคนพิการในส่วนของคนพิการ สามารถสร้างครือข่ายคนพิการในเขตอำเภอโนนคูณ จนได้ก่อเกิดเป็นชมรมคนพิการในเขตอำเภอโนนคูณทั่วทุกตำบล สามารถช่วยเหลือเพื่อน คนพิการที่ยังเข้า ไม่ถึงสิทธิสวัสดิการให้ได้รับสิทธิสวัสดิการตามกฎหมายก าหนด ทั่วทุกตำบลในเขตอำเภอโนนคูณ รวมถึงการที่ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ ๙ จนทำให้คนพิการในเขตพื้นที่อำเภอโนน คูณและคนที่มาศึกษาดูงานได้เรียนรู้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้น้อมนำเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จนทำให้คนพิการ มีแหล่งอาหารไว้บริโภค และสามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในครัวเรือนมีงานทำมีอาชีพที่มั่นคง
ที่สำคัญคือทำให้คนพิการเปลี่ยนจากภาระมาเป็นพลังของสังคม สามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมี ความสุข
คุณงามความดีที่เธอทำด้วยใจ ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลคนพิการตัวอย่าง จากสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อปี พ.ศ. 2565 / ได้รับรางวัล คนพิการต้นแบบจาก กระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อปี พ.ศ. 2565 / ได้รับโล่นักกีฬาคนพิการที่ได้รับรางวัลจากมหกรรมกีฬาคน พิการชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2562 จากสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์/และปีพ.ศ. 2562 ได้รับใบประกาศ สตรีพิการดีเด่น ด้านการฟันดาบ ของจังหวัดศรีสะเกษ ผลงานดีเด่นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ (บาทบาทการดำเนินงานด้านความ เสมอภาคระหว่างเพศ การคุ้มครองสิทธิสตรี หรือด้านการพัฒนาศักยภาพสตรี)
เป็นต้นแบบในการดำแนนชีวิตให้แก่สตรี ในการดำรงชีวิตมีความเสมอภาค เท่าเทียมระหว่างเพศ การ ทำงานในด้านต่างๆที่ช่วยเสริมกำลังใจ กำลังกายและพัฒนาศักยภาพของสตรีให้มีความเสมอภาคระหว่างเพศ โดย ให้ความรู้ และแนวคิดในการดำรงชีวิตที่อิสระ สิทธิของสตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสตรีและสตรีที่พิการให้ เกิดความเท่าเทียมทางสังคม อย่างเช่น สตรีที่พิการหรือสตรีที่ดูแลคนพิการที่พอสามารถทำงานได้ ก็จัดหางบ สนับสนุนในการอบรมโครงการในการสร้างอาชีพของสตรี จากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อ ก่อให้เกิดรายได้แก่สตรีที่สนใจ ส่งผลให้เกิดการเพิ่งพาตนเอง พัฒนาสตรีที่เข้มแข็งให้เป็นผู้นำและสร้างอาชีพ ให้กับตนเองและครอบครัว ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และขจัดความรุนแรง
ผลงานดีเด่นที่ได้รับการยอมรับและเป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การเป็นผู้นำองค์กรในหลายๆ องค์กร การเป็นคนพิการต้นแบบ และเป็นผู้นำสตรี ในการดำรงชีวิตอิสระ สามารถคิด พูด และทำตามแนวคิดของตนเองได้ อย่างอิสระ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นภาระของสังคม
เธอได้ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ และภาคเอกชน ในการหางบสนับสนุนสร้างบ้าน หรือห้องน้ำ การปรับ สภาพที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมให้กับสตรี คนพิการ และผู้ยากไร้จัดทำโครงการเพื่อของบสนับสนุนในการฝึกอาชีพจาก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานอื่นๆที่มีแหล่งเงินทุน เพื่อฝึกอาชีพให้แก่สตรี ผู้พิการและผู้ยากไร้ และผู้ที่สนใจในการฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาสู่การสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และการพึ่งพาตนเอง
เธอเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ คุ้มครองสิทธิของสตรี หรือการพัฒนา ศักยภาพของสตรีเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่อง เช่น เป็นต้นแบบในการด าแนนชีวิตให้แก่สตรีพิการและสตรีไม่พิการทั่วไปในการดำรงชีวิตมีความเสมอภาค เท่าเทียมระหว่างเพศ การทำงานในด้านต่างๆที่ช่วยเสริมกำลังใจ กำลังกายและพัฒนาศักยภาพของสตรีให้มีความเสมอภาค
ในด้านการศึกษางานด้านของคนพิการดิฉันก็ได้พยามยามศึกษาหาความรู้ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของ คนพิการและสวัสดิการต่างๆของคนพิการและได้นำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดให้กับเพื่อนคนพิการ และผู้ดูแลคน พิการ เพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆตามกฎหมายกำหนด
ด้านพัฒนาตนเองในเรื่องการพูด และได้รับเชิญให้เป็นวิทยากร ในส่วนภาครัฐ เอกชน และองค์กรของคน พิการ ในการสร้างเสริมพลัง และสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนคนพิการ มีกำลังใจสามารถพัฒนาตนเองมีอาชีพ ต่อสู้ชีวิตรวมถึงการให้กำลังใจแก่ผู้พิการในการออกสู่สังคมได้อย่างมีความสุขโดยภาคภูมิใจ
ด้านการเป็นผู้ให้บริการฝึกทักษะ การดำรงชีวิตอิสระแก่คนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตได้ อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เธอเป็นบุคคลที่มีผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การคุ้มครองสิทธิของสตรีหรือ การพัฒนาศักยภาพของสตรีอย่างเป็นรูปธรรม มีคุณค่าต่อการสร้างความเข้าใจเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ และสิทธิสตรี และส่งผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และการคุ้มครองสิทธิ สตรี หรือการพัฒนาศักยภาพของสตรีเช่น ส่งเสริมการเข้าถึง สิทธิของสตรีพิการและถ่ายทอดความรู้ นำพาสตรี พิการไปร่วมอบรมตามที่จังหวัดจัดให้มีการอบรม การถูกละเมิดสิทธิของสตรีพิการ หรือการร่วมกับองค์กรอื่นๆ ในการพัฒนาศักยภาพของสตรีเธอเป็นผู้มีความกล้าหาญตามวุฒิภาวะในการปกป้องพิทักษ์สิทธิของตนเองและ
ผู้อื่น ในการถูกล่วงละเมิดหรือการกระทำที่ไม่เป็นธรรม เป็นผู้นำและมีบทบาทในการส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ ความ เข้าใจ และทัศนคติในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การคุ้มครองสิทธิสตรี หรือการพัฒนาศักยภาพของ สตรีเช่น เป็นผู้นำสตรีพิการของอำเภอโนนคูณเป็นในการพัฒนาบทบาทของสตรีพิการ ในการขับเคลื่อนงานด้าน สตรี และการละเมิดสิทธิของสตรีเป็นบุคคลที่มีผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคมไทยได้เช่น เป็นต้นแบบ หรือแบบอย่างที่ดีในการด าเนินชีวิตแก่คนใน สังคมไทยทั่วไป เพราะดิฉันเป็นคนที่มีความขยัน หมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ และทุกอย่างที่สามารถทำได้ใน หลายๆ อย่าง ทั้งในด้านครอบครัว การทำงาน และการเป็นผู้นำองค์กรในด้านต่างๆ ทั้งยังช่วยเหลือส่งเสริม ให้สตรีมีงานทำ เป็นต้นแบบในการดำรงชีวิตที่ไม่ท้อแท้สิ้นหวังแม้ร่างกายจะพิการแต่สามารถที่จะดำรงชีวิตให้มีความสุข และมีคุณค่าแก่สังคม
เธอเป็นบุคคลที่มีผลการดำเนินงานด้านการสร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการส่งเสริม ความเสมอภาคระหว่างเพศและสิทธิสตรีให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติเช่น เป็นต้นแบบในการดำรงชีวิต เป็นคนสู้ชีวิต เป็นแบบอย่างให้แก่สตรีทั่วไปในด้านการทำงาน หรือด้านต่างๆที่ให้เห็นว่าสตรีสามารถมที่จะทำได้ มีความเสมอ ภาคระหว่างเพศ โดยไม่ถูกมองว่าสตรีนั้นด้อยกว่าเพศตรงข้ามแต่อย่างใด แต่สามารถที่จะปฏิบัติได้ดีหรือทัดเทียม เสมอภาคระหว่างเพศ ให้กำลังใจแก่สตรีพิการและสตรีทั่วไปในการดำรงชีวิตออกสู่สังคม ให้เขาสามารถดำรงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยสามารถออกมามีบทบาทในสังคม การเป็นผู้นำชุมชน หรือผู้นำองค์การอีก มากมาย
เธอเป็นบุคคลที่มีผลการดำเนินงานหรือมีส่วนร่วมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เช่น ในการพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการในการเข้าถึงสิทธิการพัฒนาในด้านอาชีพคนพิการ การของบสนับสนุนการอบรมการสร้าง อาชีพแก่คนพิการจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถ ฝึกอบรมและนำไปประกอบอาชีพได้การทำให้คนพิการได้ออกสู่สังคมอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่นการ เป็นวิทยากรในโครงการเสริมสร้างพลังสตรีพิการและเด็กสตรีพิการ หรือในหลายๆโครงการ ในด้านการส่งเสริม เรื่องอาชีพ การมีงานทำ และนำไปสู่การเป็นผู้นำองค์กรต่อไป.
นำเสนอโดย
ฐาปนพงศ์ ริมหนองอ่าง
จังหวัดศรีสะเกษ
Powered by Froala Editor