เรื่องเล่าเร้าอารมณ์
เรื่อง หญิงแกร่งแห่งโคกหญ้าคา
โดย นายธนบดี เจริญผล ผู้เขียน
“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เป็นสุภาษิตที่สื่อความหมายว่า หากเรามีความพยายามและตั้งใจจริง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ความสำเร็จก็จะตามมาในที่สุด เชื่อว่าทุกคนย่อมมีเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก อาชีพการงาน หรือเรื่องเกี่ยวกับเงินทองที่ทุกคนใฝ่หา ล้วนต้องใช้ความพยายามเพื่อให้ได้มันมา แต่สำหรับบางคน การมีเงินทองและฐานะร่ำรวยอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป
สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของหญิงชราวัย 70 ปี นามว่า นางเชื้อ อุไรรัตน์ ผู้ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากอาการป่วยติดเตียงอย่างกะทันหัน เธออาศัยอยู่กับแม่วัย 91 ปี เพียงสองคน และความฝันเดียวของเธอคือการได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เพื่อใช้ชีวิตและได้ดูแลแม่ที่เธอรักยิ่งด้วยตัวเอง
ถ่ายทอดความรู้สึก ผ่านเรื่องราว สุข ทุกข์ จากอดีตสู่ปัจจุบัน
นางเชื้อ อุไรรัตน์ อายุ 70 ปี อาศัยอยู่ร่วมกับมารดา นางเยื้อน อุไรรัตน์ อายุ 91 ปี ในพื้นที่ชุมชนโคกหญ้าคา ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทั้งสองต้องคอยดูแลซึ่งกันและกัน โดยอาศัยเงินสนับสนุนผู้พิการและเงินผู้สูงอายุเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต
หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน นางเชื้อเคยอาศัยอยู่กับสามีในบ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน ทั้งคู่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชผักสวนครัวมาเป็นเวลากว่า 10 ปี กิจวัตรประจำวันของพวกเขาคือ การตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกไปเก็บน้ำยาง จากนั้นในช่วงสายจึงเข้าสวนเพื่อดูแลแปลงเกษตรและเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยแบ่งบางส่วนไว้ใช้ประกอบอาหาร อีกส่วนหนึ่งนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว และหากมีเหลือก็จะแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน
นางเชื้อเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความภาคภูมิใจว่า เธอเคยเป็นคนที่รักการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การทำความสะอาดบ้าน การปรุงอาหาร ไปจนถึงการทำเกษตรกรรม นอกจากนี้ เธอยังเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้านและไม่เคยพลาดโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการเข้าร่วมงานวันสำคัญต่าง ๆ อีกทั้งยังคอยอาสาพาแม่ไปทำบุญที่วัดและพบปะผู้คนอยู่เสมอ เธอทำหน้าที่ของตนได้ดีมาโดยตลอด จนกระทั่งโรคร้ายเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต ทำให้ต้องกลายมาเป็นผู้พิการนอนป่วยติดเตียง และทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


ชีวิตพลิกผันจากหน้ามือ เป็นหลังมือ
เมื่อปี 2563 นางเชื้อเกิดอาการปวดหัวกะทันหัน มีอาการเวียนหัวและอาเจียนอย่างรุนแรง จนทำให้เธอสลบล้มลงไปกระแทกกับพื้น ร่างกายอ่อนแรง ไร้สติ ครอบครัวจึงช่วยกันพาไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอมีโอกาสรอดน้อยมาก แต่เธอก็ยังมีใจสู้และฟื้นคืนสติกลับมาได้ ทว่าต้องสูญเสียความสามารถในการเดิน กลายเป็นผู้พิการอัมพาตครึ่งท่อนล่าง จากคนร่าเริง พูดเก่ง กลายเป็นคนพูดน้อยและจมอยู่กับความทุกข์ทรมาน เธอได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะหลานชายที่คอยมาเยี่ยมและพาไปหาหมอเดือนละครั้ง ในระหว่างพักรักษาตัว สามีของเธอกลายเป็นเสาหลักของบ้าน คอยดูแลเอาใจใส่ ทั้งหาข้าวหาน้ำให้ทาน รวมถึงพาไปออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัดเป็นประจำ ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการใช้ชีวิตต่อไป
แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลก ดั่งมีดปักกลางหัวใจ เมื่อเธอต้องสูญเสียสามีไปในปี 2566 กำลังใจที่เคยมีจึงสลายหายไป และอาการก็กลับมาทรุดลงอีกครั้ง เธอจมอยู่กับความทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน การทำใจยอมรับเป็นเรื่องยาก แต่ถึงอย่างนั้นการจมอยู่กับอดีตก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เธอเริ่มตระหนักได้ว่า การดำเนินชีวิตเช่นนี้ไม่ได้นำมาซึ่งผลดีทั้งต่อตัวเธอเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะแม่ผู้เป็นที่รักที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา
ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
ความทรมานจากอาการป่วยที่เผชิญทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะจากเดิมที่เธอสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามต้องการ กลับกลายต้องมาเป็นผู้ป่วยติดเตียง พึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น ความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียความสามารถในชีวิตประจำวัน ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะทำใจได้ แต่ด้วยความใจแกร่ง โดยมีแม่เป็นดั่งแสงนำทางในชีวิต อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือและกำลังใจจากเพื่อน พี่น้อง ที่แวะเวียนมาเยี่ยม ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง และเริ่มทำกายภาพบำบัดด้วยตนเองเป็นประจำทุกวัน ค่อย ๆ ขยับแขน ขยับขา ฝึกพึ่งตนเองในสิ่งที่สามารถทำได้ พร้อมกับการดูแลตัวเอง โดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกาย เธอเริ่มมีแรงและสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง จากการเคลื่อนที่ได้เพียงเล็กน้อย ด้วยการคลานและใช้ไม้ค้ำ 4 ขา อาการของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้น สามารถลุกขึ้นเดินได้อย่างมั่นคง โดยใช้ไม้ค้ำคู่ใจ จากคนที่ไม่สามารถเดินได้ ต้องนอนติดเตียงรอคอยความช่วยเหลือ จนปัจจุบันงวันนี้ สามารถลุกขึ้นเดินได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมทั้งโชว์ฝีมือการถากหญ้าและกวาดใบไม้แห้งที่เกลื่อนหน้าบ้าน ด้วยจอบไม้ขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความพยายามไม่ยอมแพ้และความมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชนะอาการป่วยได้ในที่สุด


การช่วยเหลือสนับสนุน
ช่วงที่นางเชื้อเริ่มลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง คนในชุมชนคอยแวะเวียนมาเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมทั้งแกนนำชุมชนและอสม.ในพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุนข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายใต้การนำของ กลุ่มศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุชุมชนบ้านโฉลง-โคกหญ้าคา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลุ่มนี้ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้เปราะบางและผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
แนวคิดของกลุ่มคือการนำผู้เปราะบางและผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้มารวมกลุ่มกัน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกและประสบการณ์ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ ที่จะช่วยให้พวกเขามีโอกาสสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ โดยมีกระบวนการสำรวจ ติดตาม และเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อให้การช่วยเหลือและส่งเสริมสามารถทำได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ แม้ว่านางเชื้อจะไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอเป็นผู้ด้อยโอกาสที่ต้องได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ทางศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุชุมชนบ้านโฉลง-โคกหญ้าคา ภายใต้การนำของ นายกัมปนาท นาดามัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหม่ ได้จัดตั้ง “โรงเรียนแห่งความสุข” ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมยังได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สนับสนุนการปลูกผักสวนครัวและการสานตระกร้า เพื่อเปิดทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับคนในชุมชน


ศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดปัตตานี ได้เข้ามาส่งเสริมการฝึกอาชีพการสานตระกร้าและการปลูกพืชผักสวนครัว พร้อมทั้งแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ผักให้กับกลุ่มชุมชน โดยได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปฝึกปฏิบัติ ต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งการสานตระกร้าได้กลายเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน ผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากคนนอกพื้นที่ และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจากการนำไปจำหน่ายในงานเทศกาลต่าง ๆ




นางเชื้อเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มอันสดใสถึงความรู้สึกดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือและการสนับสนุน ทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพด้านการสานตระกร้าและการเกษตร ซึ่งทำให้เธอรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเธอมีใจรักการทำเกษตรเป็นทุนเดิม ประกอบกับมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คำแนะนำและมอบเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูก ตอนนี้เธอได้กลับเข้าสวนอีกครั้ง เริ่มปลูกพืชผักหลากหลาย เช่น พริก มะเขือยาว มะนาว โดยแบ่งส่วนหนึ่งไว้ใช้ในครัวเรือน อีกส่วนหนึ่งนำไปขาย โดยให้เพื่อนบ้าน อสม. นำไปขายผ่านกลุ่มและในตลาดของชุมชน เพื่อเป็นรายได้เสริม นอกเหนือจากเงินสนับสนุนผู้พิการและเงินสูงอายุ
ด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง ส่งผลให้อาการป่วยค่อย ๆ ดีขึ้น จนตอนนี้เธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง แม้จะไม่เต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่เป็นผลจากความเพียรพยายามและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่ออาการป่วย ประกอบกับการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เธอสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างเต็มที่ และกลับมามีความสุขในการดูแลแม่ผู้เป็นที่รัก ผู้เป็นดั่งแสงสว่างในยามมืดมิดทรมานใจ เธออยากตอบแทนท่านที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา โดยตั้งใจอยากได้ “ ยานพาหนะขนาดเล็กหรือจักรยานไฟฟ้า ” เพื่อพาท่านไปทำบุญที่วัดและสานสัมพันธ์ร่วมกับในชุมชน ซึ่ง นางกัลยา เอี่ยวสกุล ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดปัตตานี ได้ตอบรับความต้องการของเธอ โดยเก็บรวบร่วมข้อมูล คำร้องขอ และนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประสานสนับสนุน รถจักยานไฟฟ้า ให้โดยเร็วที่สุด
เรื่องราวนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหาในชีวิต ที่กำลังรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หรือไร้ซึ่งพลังใจ ผู้เขียนปราศถนาให้พวกท่าน ได้หยิบยกเรื่องราวของหญิงพิการผู้กล้าหาญ ที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคเพื่อให้ตนเองกลับมาเดินได้อีกครั้ง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไป และนี้ก็คือเรื่องราวของ หญิงแกร่งแห่งโคกหญ้าคา นามว่า “ นางเชื้อ อุไรรัตน์ ” นั่นเอง

Powered by Froala Editor