เรื่องเล่า.....เรา.. ทำอย่างไร เมื่อพบ คนยากไร้ ที่ไร้บ้าน
โดย นางผ่องศรี ช่อเรืองศักดิ์ ผู้เขียน
ทีม ศปจ.ลำปาง ส่วนใหญ่เป็นหญิงมากกว่าชาย สามารถเปลี่ยนและสลับบทบาทการทำงานกัน เริ่มตั้งแต่ต้นจนจบงานได้ โดยเฉพาะหัวหน้าทีม ศิริพร ปัญญาเสน เมื่อออกเดินทางก็จะเป็นคนขับรถพาทุกคนเดินทางลงพื้นที่เป้าหมายอย่างปลอดภัย ถึงหน้างานก็จะปรับเป็นหัวหน้าทีมชี้แจงรายละเอียด เมื่อเริ่มกระบวนการก็จะเป็นลูกทีมคอยแจกอุปกรณ์ต่าง ๆ เขียนงานหน้าเวที เป็นเช่นนี้ จนมีฉายาว่า “หญิงแกร่ง แข็งแรงทุกมิติ”
วันหนึ่ง ขณะลงพื้นที่ติดตามงานสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตำบลป่าตันนาครัว มีคนรู้จักกันจากกรุงเทพมหานคร ได้ส่งข่าวขอให้ช่วยไปดูคนป่วยรายหนึ่ง ที่บ้านนาก้าว ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ ทีม ศปจ.และทีมสมัชชาสุขภาพจึงเดินทางไปเยี่ยม พบว่า ผู้ป่วยเป็นชายสูงอายุ ชื่อนายยอดปรีชา หาวุฒิ อายุ 81 ปี เป็นคนอยุธยา ป่วยด้วยอาการมือเท้าอ่อนแรง โดยเริ่มป่วยตั้งแต่ปี 2554 ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ (Stroke) จนมาถึงปี 2567 เริ่มเดินไม่ได้มานาน 6 เดือน นายยอดปรีชา เคยทำงานรับเหมาทั่วไป เคยมีภรรยาและลูกสาว 1 คน อยู่กรุงเทพมหานคร นายยอดปรีชาได้ออกจากครอบครัวมานานมากและไม่เคยกลับไปดูแลอีกเลย ตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กจนปัจจุบันเติบโตและมีงานทำที่มั่นคงแล้ว
ในปี 2552 นายยอดปรีชาได้มีภรรยาใหม่ กับแม่หม้ายลูกติด 1 คน แต่ไม่มีลูกด้วยกัน อาศัยอยู่ที่บ้านนาก้าว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ภายหลังภรรยาใหม่เสียชีวิตลง จึงทิ้งให้อยู่กับครอบครัวของลูกติดภรรยา จนวันหนึ่งได้มีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดตีบในสมอง ทำให้ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ครอบครัวลูกติดภรรยาจึงได้ขับไล่ออกจากบ้าน โดยมาเช่าอยู่ในหมู่บ้าน นายยอดปรีชาได้พยายามส่งข่าวไปหาลูกสาวที่กรุงเทพฯสำเร็จ และใน ปี 2554 ลูกสาวได้เดินทางมาเยี่ยมและแอบช่วยเหลือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างคนในชุมชนดูแล จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่ายา และอื่น ๆ ที่จำเป็นในชีวิต เป็นรายเดือนมาได้ระยะหนึ่ง ขณะเดียวกัน คนที่จ้างดูแลรายเดือน และลูกติดภรรยาใหม่ ติดต่อขอค่าใช้จ่ายจิปาถะเพิ่มและบ่อยมากทุกเดือน จึงเป็นภาระที่เพิ่มมากเกินความสามารถที่ลูกสาวจะดูแลต่อไปได้ ประกอบกับลูกสาวเริ่มมีอาการป่วยแพทย์ได้ตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะเริ่มต้น แม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้เงินที่เคยแอบช่วยพ่อที่ลำปาง (แม่ไม่เคยทราบ) ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป จากสถานการณ์ดังกล่าว นายยอดปรีชา จึงกลายเป็น คนป่วยยากไร้ ที่ไร้บ้าน......


นางสาวศิริพร ปัญญาเสน ทีม ศปจ.ลำปาง และนางอัจฉราพรรณ รองนายกเทศบาลตำบลป่าตัน นาครัว
ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนายยอดปรีชา หาวุฒิ มอบแพมเพิส นม ไข่ไก่ โจ๊ก ของกลุ่ม ผส.เพลินเพลงเก่า
เจอ แล้วทำอย่างไร เมื่อทราบความเป็นมาและตรวจสอบข้อมูลประวัติครอบครัว เป็นจริงดังที่คนดูแล
เล่าให้ฟัง ทีม ศปจ.จึงประสานงานกับ นางพัชรินทร์ เสนาะสันต์ ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสวัสดิการสังคมฯจังหวัดลำปาง(ศูนย์เขต) เพื่อขอความช่วยเหลือในการรับนายยอดปรีชา เข้าไปพักพิงในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง (ศพส.) ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่า ให้ประสานงานกับเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว เพื่อลงเยี่ยมบ้านพร้อมกับนักสังคมสงเคราะห์จาก ศพส. ทำการบันทึกการเยี่ยมบ้านร่วมกัน และขอให้ผู้บริหารเทศบาลฯ ส่งหนังสือราชการแจ้งความประสงค์ ส่งตัว คนยากไร้ ที่ไร้บ้าน มายัง ศพส. ตามขั้นตอน
ระหว่างรอหนังสือ พิจารณาตอบรับนายยอดปรีชาเข้าดูแลใน ศพส. ทางเทศบาลฯ ได้นำนายยอดปรีชาไปตรวจโรคคัดกรองสุขภาพ เช่น ตรวจหาเชื้อ HIV วัณโรค ไวรัสตับอักเสบทุกชนิด โควิด 19 และนำผลการตรวจโรคให้ ศพส. ก่อนที่จะย้ายตัวเข้ามาในศูนย์ ซึ่งการเคลื่อนย้ายได้ประสานงานความร่วมกับกับเทศบาลตำบลป่าตันนาครัว นำโดยนางอัจฉรา จันทร์ประภากรณ์ รองนายกเทศมนตรีฯ จัดรถฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ประจำรถ และทีมสวัสดิการสังคมเทศบาลฯ เดินทางส่ง นายยอดปรีชา หาวุฒิ ไปยัง ศพส.

นายยอดปรีชา หาวุฒิ ทีมเทศบาลป่าตันนาครัวเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง


พร้อมเดินทางย้ายที่อยู่สู่ที่พักพิงใหม่ใน ศพส. เจ้าหน้าที่ ศพส.รอต้อนรับและช่วยเคลื่อนย้าย
การเข้าพักใน ศพส. นายยอดปรีชา หาวุฒิ ได้รับสิทธิในการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ เริ่มตั้งแต่การจัดเตรียม เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวเช่น สบู่ ยาสีฟัน แป้งฯลฯ ที่ต้องใช้ในทุกวัน อาหารวันละ 3 มื้อ เตียงนอนที่เหมาะกับอาการป่วยที่เป็นอยู่ การรับประทานยารักษาโรค การพบแพทย์เพื่อการตรวจสุขภาพ ณ โรงพยาบาลตามแพทย์นัด การทำกายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดในทุกวัน และการมีกิจกรรมสันทนาการร่วมกับเพื่อนคนอื่น การนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม ที่ทำให้มีความสงบในหัวใจ ปลด ปลง และการร่วมกิจกรรมสร้างความสนุกสนาน ให้ได้มีรอยยิ้ม ลดภาวะเครียด การให้กำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำทุก ๆ วัน ขณะเดียวกัน นายยอดปรีชา หาวุฒิ จะเสียสิทธิที่เคยได้รับจากรัฐทุกช่องทาง เช่น การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการรายเดือน เพราะ ศพส.ลำปาง เป็นหน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุที่ไร้ญาติ ไร้บ้าน ภายใต้การกำกับดูแลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยจัดบริการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบการสงเคราะห์
การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ใน ศพส. : ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง (ศพส.) เป็นหน่วยงานของรัฐ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจจัดบริการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบการสงเคราะห์ ปัจจุบันมี ศพส. 12 แห่งทั่วประเทศ โดยให้บริการใน 2 แบบ คือ 1) ผู้สูงอายุที่เข้ารับบริการประเภทสามัญ ได้รับการสงเคราะห์ฟรี และ 2) ผู้สูงอายุที่เข้ารับบริการประเภทเสียค่าบริการ ผู้สูงอายุที่จะเข้าอยู่ในศูนย์ ทั้ง 2 แบบ ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ที่ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวของตนได้หรือไม่มีผู้อุปการะ ผู้สูงอายุในศูนย์จะได้รับการดูแลในกิจวัตรประจำวัน มีกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละช่วงของกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายและได้ทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ ซึ่งผู้สูงอายุสามารถเข้าร่วมได้ตามความสมัครใจ




นางพัชรินทร์ เสนาะสันต์ ผอ.ศพส.ลำปาง เล่าให้ ทีม ศปจ. ฟังอย่างมีความสุข และภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มาอยู่ใน ศพส.มากถึง 91 คน ระดับ A แข็งแรงช่วยเหลือตนเองได้ ช่วยเหลือคนอื่นได้ 27 คน (ฉี่ไม่รู้ตัว ควบคุมปัสวะไม่ได้ ประมาณ 12 คน) ระดับ B ช่วยเหลือตนเองได้ 31 คน มีอาการหลงลืมตามวัย สามารถร่วมกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ ศพส.และหน่วยงานภาคีภายนอกเข้ามาช่วยจัดกิจกรรมสันทนาการ จัดเลี้ยงอาหาร มอบสิ่งของ และจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งทุกคนมีการปรับตัวเองได้ดี มีหน้าตาที่บอกถึงการมีความสุขที่ได้ร่วมกิจกรรม ส่วน ระดับ C ช่วยเหลือตนเองไม่ได้(ติดเตียง) 33 คน ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด นอกจากนั้น ผู้สูงอายุบางรายมีความต้องการอยากกลับบ้านอยู่กับครอบครัว ศพส.จะประสานงานติดตามสืบหาญาติ หากญาติมีความพร้อมที่รับกลับบ้าน ศพส.จะเตรียมความพร้อมครอบครัวก่อนส่งคืน และมีการติดตามผลต่อเนื่องหลังกลับครอบครัวเดิม แต่สำหรับบางรายที่เป็นผู้ไร้ญาติ ไร้บ้าน ศพส.จะดูแลจน ผู้สูงอายุรายนั้นเดินทางถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ศพส.จัดดำเนินการประสานงานโรงพยาบาล และเทศบาลนครลำปางเพื่อดำเนินการเผาศพไร้ญาติตามประเพณี และทุกกรณีทำบนฐานความเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ เคารพในศักดิ์ศรีของทุกคนอย่างเสมอกัน


ศพส.ตรวจสอบเอกสาร ประวัติและผลการตรวจโรค

นางอัจฉรา จันทร์ประภากรณ์ รองนายกเทศบาลตำบลป่าตัน นาครัว
ส่งตัวนายยอดปรีชา หาวุฒิ สู่ ศพส.ลำปาง

การฝึกเดิน การทำกายภาพบำบัด โดยมีนักศึกษาจากสถาบันการศึกษามาฝึกงานและช่วยใน ศพส.
ณ วันนี้ นายยอดปรีชา หาวุฒิ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่างกายได้รับการทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ จนสามารถทำให้มีกำลังแขน กลับมามีแรงช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ได้ ชีวิตมีความหวัง มีความสุข จึงเป็นผลลัพธ์ความสำเร็จของการประสานความร่วมมือของหน่วยงาน โดย ศปจ.ลำปาง เป็นผู้เชื่อมงานกับ ศพส. เทศบาลตำบลป่าตันนาครัว โรงพยาบาลแม่ทะ เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำปาง หน่วยจัดการ node Flagship สสส. และ ผส.เพลินเพลงเก่า เสียงเพลงสะพานบุญ ในการช่วยเหลือ ทำให้ได้เกิดการเรียนรู้ถึงช่องทางการช่วยเหลือ การเตรียมตัวผู้สูงอายุที่ยากไร้ ไร้บ้าน กรณีที่ปกติ และกรณีมีอาการป่วย ป่วยเรื้อรัง การตรวจโรค การส่งตัวของ อปท.ในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ต่อการส่งผู้สูงอายุเข้ามาพักพิงที่ ศพส. และ การใช้เวลาดำเนินงานที่มีขั้นตอนในการเตรียมการในส่วนผู้รับ ศพส. และผู้ส่งตัวคือเทศบาลป่าตันนาครัว ซึ่งต้องใช้เอกสารหลักฐานตามระเบียบ กฎหมาย ตามบทบาทหน้าที่หน่วยงาน ต้องปฏิบัติร่วมกัน “ซึ่งมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เกินความสามารถของ จิตอาสาภาคประชาสังคม เช่นเรา..เราทำได้”…..
Powered by Froala Editor