“แสงสุดท้ายของยาย 80 ปีกับสิทธิที่เพิ่งค้นพบ ก่อนลมหายใจสุดท้าย”
ยายวัย 80 ปี ใช้ชีวิตเรียบง่ายในบ้านไม้เก่าในต่างจังหวัด ก่อนป่วย ยายมักทำสวน ทำอาหารให้ลูกหลาน และเล่า เรื่องราวชีวิตในยามบ่าย วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุล้มหน้าห้องน้ำ ร่างกายอ่อนแรง ขาดคนดูแล ซึ่งรักษาตัวที่ต่างจังหวัด ประมาณ 3-4 เดือน จึงได้ย้ายมาให้ลูกสาวดูแลที่ภูเก็ต ทุกก้าวทุกฝีก้าวบนพื้นไม้กระดานเต็มไปด้วยช่องว่างเล็ก ๆ คือ ความเจ็บช้ำหลายเดือนต่อมายายวัย 80 ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป เนื่องจากแขนขาไม่สามารถยื่นได้อีก จากหญิงชราที่ เคยแข็งแรง กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงเต็มตัว ร่างกายอ่อนแรง และต่อมาด้วยโรคเบาหวาน ทำให้ดวงตาของยายค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็น จนกลายเป็นตาบอดใส ใจยายวัย 80 เศร้าเหงาเมื่อมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว บ้านไม้สองชั้น แม้ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาล กองทุนสวัสดิการ และหน่วยงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่ เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของยาย พื้นไม้กระดานมีช่องว่างเล็ก ๆ ห้องน้ำอยู่ไกลจากห้องนอน ทุกครั้งลูกสาวต้องนำ แม่ลงจากเตียง และให้ใช้ตูดค่อยๆ เคลื่อนไปห้องน้ำ และชั้นล่างเป็นใต้ถุนสูง แบบบ้านไม้สมัยโบราณ ส่วนชั้นบนถึง แม้นจะปรับปรุงกันเป็นห้องสัดส่วนก็ตาม แต่ทว่าต้องให้หลานชาย 2 คน และเหลนชาย อายุประมาณ 5 ปี พัก ทำให้ ยายต้องนอนเหมือนอยู่บนเตียงข้างชานบ้าน ซึ่งถ้าฝนตกก็ต้องกันผ้าเพื่อไม่ให้ฝนสาดใส่ แสงแดดลอดช่องว่างไม้และ เสียงลมพัดผ่าน ทำให้ยายรู้สึกโดดเดี่ยวและคิดถึงชีวิตที่เคยมีทุกวัน ยายต้องพยายามขยับตัวไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ความกลัว ความยากลำบากที่ ทำให้ใจยายสั่น แต่ยายไป อย่างช้า ๆ ทีละขั้นตอน และด้วยความรักความห่วงใยของลูกสาวที่ดูแล ทำให้ยายวัย 80 มีความอดทนในทุกสัมผัส บางครั้งยายพูดเบา ๆ กับลูกสาว: “เจ็บนิดหน่อยก็ได้…แม่ยังอยู่กับหนูนี่นา” ลูกสาวตอบด้วยรอยยิ้มและน้ำตา: “ไม่ต้องห่วงแม่ หนูจะอยู่กับแม่ทุกวัน” หลานชายและญาติบางครั้งก็ยืนดูและแอบกลั้นน้ำตา แม้ไม่ได้พูด แต่ความ กังวลใจเห็นได้ชัดในสายตา ลูกสาวทุ่มเทดูแลไม่เคยห่าง แม้ร่างกายอ่อนแรง แต่หัวใจยังอบอุ่น ทีม อสม.ที่เป็นทีมดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง มาดูแลร่างกายทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งถามการรับประทานยา แต่ หัวใจยายยังขาดความปลอบประโลม การพูดคุย และรอยยิ้ม โดยยายป่วยอยู่และมีทีมอสม.ที่ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึง พิงดูแลอยู่ประมาณ 1 ปี แล้ว
และมีอยู่วันหนึ่งดิฉันพร้อมด้วย ผอ.รพสต.ได้เข้าไปเยี่ยม พูดคุย เพื่อประเมินอาการ ในการจัดสรรคงบประมาณ ในการดูแล และรับฟังความหวังเล็ก ๆ ของยาย และความกังวลที่อยากมีชีวิตอยู่โดยไม่เป็นภาระลูกสาว
ดังนั้น ดิฉันก็ได้ถามผู้ดูแลว่า แม่มีบัตรผู้พิการแล้วใช่ไม่ เพราะอย่างน้อย ก็สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ เนื่องด้วย ได้รับ 800 บาทต่อเดือนในกรณีที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงได้รับคำตอบว่า ยังไม่มี และไม่รู้ เพราะไม่มีใครบอก และการที่ไปให้ หมอรับรองนั้น เดินทางไปลำบากไม่มีรถ ซึ่งต้องรอให้หลานหยุดงาน ถึงได้ไป ส่วนตนเองนั้นไปไม่รู้ หนังสือทำไม่ถูก แต่ลูกสาวบอกว่า อีก อาทิตย์หน้าจะถึงเวลาที่หมอนัดไปตรวจเมื่อได้ยินดังนั้น ดิฉันไม่รอช้า จึงประสานเจ้าหน้าที่ 1669 เพื่อพายายไปตรวจสุขภาพ และได้รับการยืนยันจากคุณ หมอว่าเป็นผู้พิการจริง
การเดินทางไปโรงพยาบาลเต็มไปด้วยความอดทน ยายต้องนอนบนเตียงเข็น รอคิวหลายชั่วโมง ทุกวินาทีเต็มไป ด้วยความหวัง ใบหน้ายายเต็มไปด้วยความสงสัยและหวั่นใจ แต่ในใจยังมีความตั้งใจ ดิฉันเห็นลูกสาวยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึก ทั้งดีใจและเป็นห่วง
ระหว่างทำเอกสารสิทธิ์ มีความท้าทายหลายอย่าง เช่น คิวรอนาน เอกสารเยอะ และเจ้าหน้าที่บางคนไม่ว่าง ความตึงเครียดและความหวังสลับกัน แต่ทุกครั้งที่ยายยิ้ม แม้เพียงแวบเดียว ก็ทำให้ทุกอย่างคุ้มค่า ในที่สุดคุณหมอรับรองว่าคุณยายเป็นผู้พิการจริง ลูกสาวน้ำตาไหลแห่งความปลื้มใจ เพราะสิทธิ์ที่จะได้รับ ค่าใช้จ่ายสนับสนุนมาถึงหลังรอคอยเกือบปีกว่า และดิฉันก็นำเอกสารที่คุณหมอรับรองความเป็นผู้พิการให้กับคุณยาย แต่ทว่า ระหว่างที่รอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสวัสดิการสังคม นำไปทำต่อที่ พมจ. นั้น
แต่เพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา…ยายจากไปอย่างสงบ ก่อนที่จะได้ใช้บัตร
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนสะเทือนใจและน้ำตาไหล แต่เรื่องราวและแรงบันดาลใจยังคงอยู่
บทเรียนสำคัญ
การเข้าถึงสิทธิ์ต้องเร็วและครบถ้วน ผู้สูงอายุหลายคนไม่ทราบสิทธิ์การสื่อสารและการให้ข้อมูลทันเวลาเปลี่ยน ชีวิตได้การดูแลทั้งร่างกายและจิตใจมีค่าเท่าเทียมกัน ความเหงาและการขาดการพูดคุยลดคุณภาพชีวิตได้ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวและชุมชนสร้างความอบอุ่น แม้ร่างกายอ่อนแรง
สังคมต้องไม่ทอดทิ้งผู้สูงอายุ เรื่องราวนี้เตือนใจให้เจ้าหน้าที่และทุกคนเห็นความสำคัญของการดูแลครบวงจร แม้คุณยายจะจากไปก่อนที่จะได้ใช้บัตรผู้พิการ สิ่งที่เธอฝากไว้คือแรงบันดาลใจให้สังคมไม่ทอดทิ้งผู้สูงอายุและ เตือนให้เราตระหนักว่า สิทธิ์ความรัก และความเอาใจใส่ต้องมาถึงทันเวลา เพราะชีวิตไม่รอใคร
ข้อคิดและแรงบันดาลใจ
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ กลายเป็นความสูญเสีย
สิทธิที่ไม่ถูกใช้…อาจคือโอกาสสุดท้ายของชีวิต
ประชาสภาสังคมไทย ภูเก็ต
|
|
|
สภาพบรรยากาศบ้านที่พักอาศัย | ||
|
|
|
17/9/67 เข้าไปดูแลครั้งแรกหลังจากที่มีทีมดูแลผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง | ||
|
|
|
17/10/67 หมอนัดและตรวจรับรองความเป็นผู้พิการ | ||
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor