โหนดดีเอ็นเอ ( Node DNA) แห่งแรกของล้านนาตะวันออก
น่าน อยู่ทางภาคเหนือตอนบน หรือที่รู้จักกันในนามกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก มีพื้นที่ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นระยะทาง 227 กิโลเมตร ในเขต 9 อำเภอ จากทั้งหมด 15 อำเภอ และติดกับจังหวัดแพร่ พะเยา เชียงราย และอุตรดิตถ์

ศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน ตัวแทนภาคประชาชน มีบทบาทในการพัฒนาจังหวัดน่านร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน มายาวนานกว่า 30 ปี ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านสังคม ศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน ได้สำรวจกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี 2540 ทำให้มีข้อมูลกลุ่มเปราะบางทุกกลุ่ม ครอบคลุมทั้งจังหวัด ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีทั้งผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง เด็กด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ติดเชื้อ HIV อดีตผู้ต้องขัง คนไร้บ้านและคนไร้สัญชาติ ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ได้จัดทำรูปเล่มมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้มาโดยตลอด และมีการปรับปรุงข้อมูล สำรวจเพิ่มเติมตามที่โครงการต่างๆให้การสนับสนุน พบว่ายังมีกลุ่มคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดน่านจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่และใหญ่ เกินศักยภาพของศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่านและภาคีในขณะนั้นมากๆ
ดังกรณีของคนไทยตกหล่นจากการสำรวจที่พบใน 15 อำเภอเมื่อปี 2560 สุดท้ายนำไปสู่การได้บัตรประชาชน จำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชายไทยอายุขณะนั้น 62 ปี อาศัยอยู่บ้านภรรยาที่อำเภอเมืองน่าน เคยมีบัตรประชาชนมาก่อนเมื่อ 20 กว่าปี ที่ยืนยันว่าตนเองเป็นคนอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน แต่กระนั้นก็ไม่เพียงพอที่ทางฝ่ายทะเบียนและบัตรจะออกบัตรประชาชนให้ได้ ด้วยทางอำเภอแจ้งว่าไม่มีต้นขั้นบัตรเดิม แม้จะมีใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินที่ยังคงรักษาไว้เกือบเปื่อยยุ่ยมายืนยันแล้วก็ตาม ทางผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามช่วยเหลือมาโดยตลอดแต่ก็ไม่สำเร็จ ทางศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่านกับคณะทำงานพลเมืองอาสาประชรรัฐอำเภอเมืองน่าน จึงได้ประสานกับทางปกครองจังหวัด ให้นำการช่วยเหลือเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตนจากเอกสารที่มีอยู่ คือสูจิบัตร ใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินและการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากน้องสาวร่วมบิดาร มารดาเดียวกัน ซึ่งต้องใช้เงินมากกว่า 15,000 บาท เพื่อเป็นค่าตรวจ ค่าเดินทางไปต่างจังหวัด กว่าจะได้บัตรประชาชนใช้เวลา 11 เดือน 23 วัน หลังจากรอมานอนกว่า 20 ปีจึงจะได้บัตรประชาชนมาอย่างภาคภูมิใจ นายอินทนกล่าวพร้อมกับเสียงสะอื้นว่า “ผมเหมือนตาย แล้วเกิดใหม่”

กรณีดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้ทางศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่านและภาคีที่เกี่ยวข้องได้หาแนวทางช่วยเหลือคนน่านไร้สิทธิที่ยังมีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ให้ได้รับสิทธิ์ความเป็นคนไทยเพื่อเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล สิทธิผู้สูงอายุ และสิทธิอื่นๆ อีกมากมายได้อย่างรวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายไม่มาก ด้วยกลุ่มเปราะบางเหล่านั้นล้วนเป็นคนยากจน บางครอบครัวไม่มีรายได้ใดๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการหาของป่า
เพื่อยังชีพตนเองและครอบครัว หรือรับจ้างเล็กๆน้อยๆในพื้นที่เท่านั้น

โหนดดีเอ็นเอ (DNA) โรงพยาบาลน่าน เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ลำดับที่ 23 ของประเทศ เป็นแห่งแรกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในเขตสุขภาพที่ 1 เป็นจังหวัดที่ 15 ของประเทศ ได้เริ่มดำเนินการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ องค์กรแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย สถาบันเอเชียศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ฝ่ายปกครองปลัดอำเภอเมืองน่าน อำเภอบ่อเกลือ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ่อเกลือ สมาคมอาสาสมัครชุมชน (อสม.) จังหวัดน่าน โดยมีศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน สำนักกิจการพิเศษ โรงพยาบาลน่าน เป็นทีมประสานงานเตรียมการมานานกว่า 1 ปี กว่าจะเปิดให้บริการแก่กลุ่มคนไทยไร้สิทธิในอำเภอนำร่องได้แก่อำเภอเมือง
และอำเภอบ่อเกลือ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2568
การบริการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเข้าใจ เข้าถึง โดยตั้งอยู่บนหลักการความรู้ ความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ตามความเป็นจริงในพื้นที่ โดยทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้ วิชาการการ ฝึกทักษะการปฏิบัติการเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม ให้กับทีมงานเทคนิคการแพทย์โรงพยาบาลน่าน ส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ สสส. (สำนัก 9) ให้คำแนะนำการดำเนินงานในส่วนคำสั่งคณะทำงาน การเก็บค่าใช้จ่ายในการมารับบริการโดยให้ร่วมจ่ายครอบครัวละไม่เกิน 500 บาท แก่ กลุ่มงานประกันสุขภาพ และกลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลน่าน


อีกภาคีที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ กระบวนการและขั้นตอนการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สิทธิ โดยคณะทำงานคนไทยไร้สิทธิ ส่วนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการขั้นตอน ในการยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อแจ้งเกิด การพัฒนาสถานะของกลุ่มคนไทยไร้สิทธิ์ ทางส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เป็นผู้ให้ความรู้เตรียมความพร้อมในส่วนของกระทรวงมหาดไทย
การจัดตั้งโหนดดีเอ็นเอในโรงพยาบาลน่านครั้งนี้สร้างความปิติยินดีให้แก่คนไทยในน่านหลายร้อยคนที่ยังไม่มีบัตรประชาชนและกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นเวลานาน รวมถึงบุตรที่เกิดในประเทศไทยด้วย เพื่อให้ได้รับสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือสัญชาติไทยอย่างรวดเร็วและจะนำมาซึ่งสิทธิที่จะได้รับตามมา โดยเฉพาะสิทธิ์รักษาพยาบาลในสถานบริการสุขภาพของรัฐ ที่จะได้รับการจ่ายคืนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้อนหลัง 365 วัน ทำให้โรงพยาบาลและสถานบริการด้านสุขภาพทุกระดับ มีงบประมาณในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บไม่ได้ของโรงพยาบาลที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเป็นอานิสงส์ให้กับคนไทยไร้สิทธิ์ในจังหวัดใกล้เคียง มาใช้บริการได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นอีกด้วย

โหนดดีเอ็นเอ โรงพยาบาลน่าน จะเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรมให้กับทุกกลุ่มคนที่มีปัญหาสิทธิสถานะการเป็นคนไทย เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางทางสังคมควบคู่การพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้เป็นโรงพยาบาลคุณภาพ ทันสมัย เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

Powered by Froala Editor