เรื่องเล่าชีวิตไม่แน่นอน
ป้าดาเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ที่ใช้ชีวิตในวัยเด็กไม่ขาดแคลน โตมาเดินทางเข้ากรุงเทพ ไปเป็นแม่ค้าขายผลไม้ที่มีรายได้ดีสามารถใช้ชีวิตได้ดี ในที่สุดได้แต่งงานกับผู้ชาย ที่มีงานประจำรายได้สูง ป้าดามีครอบครัวดีรายได้ดี มีชีวิต สามารถดูแลพ่อแม่พี่น้องได้ จนป้าดาได้มีลูกสาว 2 คน คนแรกได้มีสามีในอายุน้อยจนเกิดลูกสาวซึ่งเป็นหลานป้าดา มีความพิการทางด้านสติปัญญา ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ จึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน ที่อ่างทองพร้อมกับลูกสาว คนเล็ก ซึ่งกำลังเรียนอยู่ ใช้ชีวิต ร่วมกันในครอบครัว พ่อทำงานที่กรุงเทพ ฯเริ่มมีรายได้น้อยลง เพราะไม่ได้ขายของ เด็กสาวซึ่งเป็นหลานป้าดาต้องพบแพทย์เป็นประจำเพื่อรักษาอาการ ทางสติปัญญาโดยใช้ชีวิต โวยวายฟังไม่รู้เรื่องอาละวาดทำให้ลำบาก เพราะป้าดาขับรถไม่เป็นต้องจ้างรถกลับไปทุกครั้ง
เรื่องโชคร้าย ลูกเขยป้าดาได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุ ทำให้ชีวิตลำบากขึ้น เพราะขาดรายได้ที่ลูกเขยหามาจุนเจือครอบครัว ความขาดแคลน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้เกิดทะเลาะกัน อยู่บ่อยบ่อย ด่าทอ หยาบคาย ทำให้ ลูกสาวคนโตได้หายสาปสูญไป ไม่กลับมาดูบ้านอีกเลย
ทิ้งให้เด็กสาวพิการอยู่กับยายซึ่งทำให้ป้าดาใช้ชีวิตลำบากมากขึ้นรายได้ที่มา เลี้ยงครอบครัว มาจากเงินเก็บและสามีส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว ระยะหนึ่งสามีเริ่มไม่ส่งเงินมาตามปกติ
ป้าดาเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อจะสอบถามว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรปัญหาอะไรบ้าง ทำให้ป้าดาได้รับรู้ความจริงว่าสามีเมียน้อยมีลูกใหม่ ความท้อแท้ สิ้นหวัง จากสามี มันเกินทนได้ ใช้ชีวิตร่วมกันมาอย่างดีจนมาเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ทำให้ทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง แต่สามีเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเมียน้อยจึงตัดสินใจ เมื่อสิ้นรักกันแล้วก็หย่ากันแบ่งทรัพย์สินที่หามาร่วมกันและให้สามีส่งเงินมา เลี้ยงดูลูกเป็นรายเดือน
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากสินค้าแพง ส่งลูกเรียน เลี้ยงหลานที่พิการ ทำให้ป้าดา ร่างกายอ่อนแอจากปัญหารอบตัวและได้เดินหกล้ม ทำให้ เดินไม่สะดวกและหลังต้องเดินงอตลอดเวลา ทำให้ ดูแลหลานด้วยความยากลำบาก หลานชอบวิ่งออกนอกบ้าน ชอบขอเงินผู้อื่นทำให้รู้สึก เป็นห่วงและไม่อยากให้เป็นภาระใครไม่อยากโดนว่า ลูกสาวคนเล็กเรียนจบมีงานทำมีรายได้ไม่สูงแต่ยังสามารถจุนเจือ ลดความยากลำบากได้
จากการพูดคุยกับคนข้างบ้านและผู้นำว่าป้าดา แกมีชีวิตที่ต้องการความช่วยเหลือจึงประสานทาง พมจ.จังหวัดอ่างทอง กาชาดอ่างทองและผู้มีจิตใจดี นำสิ่งของถุงยังชีพ น้ำดื่มมามอบให้ เป็นประจำ เพื่อลด ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทางสจ. นำข้าวสาร ไข่ อาหารแห้งมามอบให้ทุกเดือน และจัดหาวิลแชร์ ให้ป้าดาจะได้ช่วยไม่ต้องเดินมาก ให้คนช่วยเข็นได้ ในการเดินทาง ที่ไปไกลๆ
วันเวลาผ่านไปบ้าน เริ่มผุพังทางทีมผู้นำได้ขึ้น ไปสำรวจ พบว่า ห้องน้ำพังโถส้วมเป็นนั่งลาด พื้นกระดานครัวปลวกกิน เสาปูนแตก บันไดทรุดและไม่มีราวจับ พื้นบ้านเป็นดินและที่ลุ่มเวลาฝนตก น้ำขังทำให้เละไม่สามารถเดินได้ และเห็นตรงกันว่าได้ทำประชาคม ของบซ่อมแซมบ้านจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ของคนกลุ่มงานคนพิการ ได้รับอนุมัติจำนวน 40,000 บาท และคนใจบุญร่วมบริจาค ใช้แรงงานช่างในชุมชนได้มาช่วยเหลือกัน อาหารกลางวัน เครื่องดื่มระหว่างวันทำงานมี่กำนันผู้ใหญ่บ้านสมาชิกอบต.และคนใจดีในหมู่บ้านนำมามอบให้คนทำงานเป็นความร่วมมือร่วมใจกันอย่างดี
การดำรงชีวิตของป้าดาตอนนี้อยู่ได้ด้วยเงินผู้สูงวัย เงินคนพิการ รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ร่างกายอ่อนแอเป็นโรคประจำตัวไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติอย่างคนสุขภาพดี แต่ไม่ได้มีปัญหาในการรักษาพยาบาล สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุ
#จากมุมมองที่เราเห็นชีวิตโชคร้ายทำให้มีการพลิกผันจากคนร่ำรวยเป็นคนยากจนไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้นำทุกคนเป็นคนจิตใจดี อาจจะไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้เหมือนเดิม
แต่คาดหวังว่าป้าดาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากวันนี้ …เป็นกำลังใจเสมอ#


Powered by Froala Editor